หน้าแรก | กระดานข่าว | บ้านปะการัง | ห้องภาพ | ทำเนียบรุ่น | ห้องสนทนา | งานอนุรักษ์ฯ | FAQ |
 

 

ปัญหาการเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติในปัจจุบันมีสาเหตุมาจากการใช้ประโยชน์เพื่อกิจกรรมในการท่องเที่ยว โดยเฉพาะบริเวณที่มีปริมาณนักท่องเที่ยวหนาแน่น ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลเป็นอีกแหล่งท่องเที่ยวหนึ่งที่นักท่องเที่ยวให้ความสำคัญ ซึ่งในประเทศไทยนั้นชายฝั่งทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีจำนวนของนักท่องเที่ยวอย่างหนาแน่น ปัญหาที่เกิดขึ้นพร้อมกับการทำลายทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลคือการเพิ่มขึ้นของเรือท่องเที่ยว จนทำให้ปัญหาแนวปะการังถูกทำลายซึ่งเกิดจากการทิ้งสมอเรือขณะจอดเรือ ดังนั้นจึงได้มีหลายหน่วยงานเล็งเห็นถึงความสำคัญและความจำเป็นที่จะทำการติดตั้งทุ่นผูกเรือเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว

อย่างไรก็ตามในปัจจุบันพบว่ามีปัญหาและขีดจำกัดจากการติดตั้งทุ่นผูกเรือเพื่อการอนุรักษ์แนวปะการัง อาทิเช่น ทุ่นผูกเรือไม่เพียงพอต่อปริมาณเรือท่องเที่ยวและจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น ผู้ประกอบการท่องเที่ยวทางทะเลขาดความเข้าใจในการใช้ทุ่นผูกเรือ จิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล ทุ่นผูกเรือชำรุดและเสียหายได้ง่าย และตำแหน่งการวางทุ่นไม่ตรงตามความต้องการของผู้ใช้งาน

ดังนั้นการให้ความรู้ความเข้าใจแก่ทุกคนไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยว ผู้ประกอบการ หรือผู้ใช้งานย่อมมีความสำคัญมาก เพื่อให้การใช้ประโยชน์ของทรัพยากรควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลมีประสิทธิภาพและคงอยู่ตลอดไป

ทุ่นผูกเรือเพื่อการอนุรักษ์ปะการังในปัจจุบัน

1. รูปแบบทุ่นผูกเรือที่ใช้

      1.1 สี - สีส้ม ส้มแสด แดง ขาว ส้ม-น้ำเงิน

      1.2 วัสดุที่ใช้ทำทุ่น – fiber glass และพลาสติก (ทุ่นอวน) , polyethylene , เหล็ก

      1.3 ขนาดของทุ่น – เส้นผ่าศูนย์กลาง 0.20-1.5 เมตร

2. วิธีการติดตั้ง มีหลายวิธี เช่น

      2.1 การดำน้ำติดตั้งทุ่นผูกเรือกับฐานและการทิ้งฐานคอนกรีตโดยใช้เรือขนาดใหญ่

      2.2 ติดกับฐานยืดโดยใช้สมอทราย

      2.3 ติดกับฐานที่เป็นแท่งปูน

      2.4 เจาะฝังหมุด

      2.5 ผูกกับก้อนหินหรือก้อนปะการัง

      2.6 ใช้สมอ

      2.7 ติดตั้งทุ่นหมายแนวเขต

      2.8 ใช้เครื่องเจาะไฮโดรลิก

3. วัตถุประสงค์หลักของการติดตั้งทุ่น

      3.1 ป้องกันการทิ้งสมอเรือทำลายแนวปะการังในกิจกรรมท่องเที่ยวและการประมง

      3.2 ใช้ผูกเรือเล็กและใหญ่แทนการทิ้งสมอ

      3.3 ใช้เป็นเครื่องมือในการขึ้นลงของนักดำน้ำและใช้พักน้ำ ( Safety stop)

      3.4 เพื่อเป็นเครื่องหมายแสดงแนวเขตปะการัง

4. ขนาดของเรือที่ใช้ในการผูกทุ่น เช่น เรือหางยาว เรือเร็วหรือเรือนำเที่ยว เป็นต้น

5. บริเวณที่ทำการติดตั้งทุ่นผูกเรือ

      5.1 แนวปะการังตามและอ่าวต่าง ๆ

      5.2 เขตอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่มีแนวปะการัง

      5.3 ชายหาดและที่มีการเข้าไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่

6. ลักษณะของทุ่นผูกเรือ

      6.1 ทุ่นฐานคอนกรีต เป็นแท่งคอนกรีตสี่เหลี่ยม ติดตั้งโดยวิธีการทิ้งจากเรือใหญ่

      6.2 ทุ่นสมอทราย เป็นฐานสมอเหล็กกลมข้างในกลวง ปลายด้านล่างแหลม ส่วนบนทำเป็นห่วงสำหรับผูกเชือก แกนเหล็กเชื่อมแผ่นเหล็กรูปวงกลมติดเป็นช่วงห่างกัน ใช้การดำน้ำหมุนแกนเหล็กลงบนพื้นทรายเหลือเฉพาะห่วงด้านบนสำหรับผูกเชือก

      6.3 ทุ่นห่วงเหล็กฝังบนหัวปะการัง เป็นห่วงเหล็กฝังบนหัวปะการังยึดติดด้วยซีเมนต์

      6.4 ทุ่นฐานคอนกรีตเสริมเหล็กที่ใช้กับเรือเล็ก เป็นแท่งคอนกรีตเสริมเหล็กมีแขนเป็นเหล็กข้ออ้อยยื่นออกมาด้านละ 2 แขน ติดตั้งในพื้นที่ที่มีเรือขนาดเล็ก

      6.5 ทุ่นฐานคอนกรีตเสริมเหล็กที่ใช้กับเรือขนาดใหญ่ มีลักษณะและรูปแบบเดียวกับทุ่นคอนกรีตที่ใช้กับเรือขนาดเล็กแต่จำนวนของแท่งคอนกรีตเป็น 3 แท่ง เพื่อเพิ่มน้ำหนัก ขนาดของเชือกจะใหญ่กว่า

      6.6 ทุ่นร้อยหัวปะการัง ลักษณะฐานสมอเป็นหัวปะการังขนาดใหญ่ยึดติดกับพื้น วิธีการโดยร้อยเชือกผูกกับหัวปะการัง

7. ปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินการและแนวทางแก้ไข

      7.1 ขนาดของเรือที่เข้าไปใช้ทุ่นไม่เหมาะสมกับชนิดของทุ่น เช่น เรือขนาดใหญ่เข้าไปใช้ฐานสมอแท่งคอนกรีตหรือหัวปะการังที่มีขนาดเล็ก ทำให้ไม่สามารถทนแรงดึงแรงกระชาก เกิดการขาด ชำรุด หรือถูกดึงให้เคลื่อนที่ วิธีแก้ไขต้องศึกษาขนาดของเรือก่อนการปฏิบัติงาน เลือกขนาดของหัวปะการังที่มีขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อรองรับเรือขนาดใหญ่หรือเพิ่มน้ำหนักฐานแท่งคอนกรีตมากขึ้น หรือทิ้งแท่งคอนกรีตลงบนแนวปะการังเพื่อให้แนวปะการังช่วยยึดไม่ให้เคลื่อนที่

      7.2 จำนวนเรือ บางพื้นที่มีเรือใช้ผูกทุ่นจำนวนมาก และเรือผูกพ่วงกันมากกว่า 1 ลำ จึงทำให้ฐานไม่สามารถรับน้ำหนัก หรือเคลื่อนที่ หรือทำให้เชือกขาดหายได้ วิธีแก้ไขคือเพิ่มจำนวนทุ่นให้เพียงพอต่อความต้องการหรือเพิ่มขนาดของฐานและเชือกให้ใหญ่ขึ้น

      7.3 ขนาดของเชือก ไม่เหมาะสม เช่น เล็กเกินไป ทำให้ขาดได้ง่ายหรือค่อย ๆ ชำรุด ต้องทำการตรวจสอบอยู่เป็นประจำและเมื่อพบการชำรุดต้องเปลี่ยนหรือซ่อมแซมทันทีอย่าปล่อยทิ้งไว้

      7.4 ทุ่นลอยผิวน้ำแตกหรือเกิดการรั่วซึม ทำให้น้ำเข้าและทุ่นจมลง เนื่องจากการปล่อยเชือกทุ่นสั้นเกินไปเมื่อน้ำขึ้นสูงสุดทำให้ทุ่นถูกดึงจนจมน้ำ น้ำซึมเข้าทุ่น ต้องให้คำแนะนำเกี่ยวกับการใช้ทุ่นให้ถูกวิธีโดยการปล่อยเชือกให้ยาวตามความเหมาะสมของระดับน้ำขึ้นและลง หรือเปลี่ยนทุ่นลอยให้มีความคงทนแข็งแรง

      7.5 เกิดจากขโมยและตัดเชือก

      7.6 ถูกใบพัดเรือตัดขาดโดยไม่ตั้งใจเนื่องจากทุ่นยาวเกินไป มีเรือวิ่งเข้าออกจำนวนมาก

      7.7 อายุการใช้งานของเชือกและทุ่นหมดสภาพ ต้องทำการเปลี่ยนหรือทำการติดตั้งใหม่

      7.8 ขาดงบประมาณในการติดตั้งและการซ่อมบำรุง

      7.9 ขาดการประชาสัมพันธ์ถึงรูปแบบการใช้ทุ่นที่ถูกวิธี

      7.10 บุคลากรที่ปฏิบัติงานมีจำนวนจำกัด

 

สำหรับโครงการอุทยานใต้ทะเลจุฬาภรณ์ 36 เป็นหนึ่งในโครงการที่จัดตั้งขึ้นเพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล โดยเฉพาะปะการังและพืชใต้น้ำรวมทั้งป่าไม้และสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติ สำหรับแผนการดำเนินงานตามโครงการ ดังนี้คือ

1. สำรวจแนวปะการัง

2. ดำเนินการจัดทำแผนที่แนวปะการังในพื้นที่โครงการ ฯ

3. จัดวางทุ่นหมายเขตล้อมบริเวณแนวปะการัง ทุ่นดำน้ำ และทุ่นจอดเรือใหญ่ โดยดำเนินการตั้งแต่ พ.ศ.2538 จนถึงปัจจุบัน

4. ก่อสร้างศูนย์อนุรักษ์ โครงการอุทยานใต้ทะเลจุฬาภรณ์ บริเวณฐานทัพเรือพังงา จ.พังงา

5. จัดหาอุปกรณ์ที่ใช้ในการสำรวจและข้อมูลทางทะเล

 

การดำเนินงานของศูนย์อนุรักษ์โครงการอุทยานใต้ทะเลจุฬาภรณ์

1. สร้างจิตสำนึกให้กับนักท่องเที่ยวในการอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพแวดล้อมทางทะเล

2. กิจกรรมเพื่อการอนุรักษ์แนวปะการังและพืชใต้น้ำ โดย :

      2.1 การวางและซ่อมแซมทุ่นหมายเขตแนวปะการัง ทุ่นดำน้ำ และทุ่นจอดเรือใหญ่

      2.2 ฝึกนักดำน้ำเพื่อการอนุรักษ์

      2.3 การเก็บสิ่งปฏิกูลใต้น้ำและชายหาด

3. การสำรวจและเก็บข้อมูลสัตว์และพืชในทะเล

      3.1 ปะการัง

      3.2 เต่าทะเล

      3.3 หญ้าทะเล

 

การวางทุ่นของโครงการอุทยานใต้ทะเลจุฬาภรณ์ 36

เป็นกิจกรรมที่เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี พ.ศ.2538 โดยดำเนินการวางในพื้นที่โครงการฯ (หมู่เกาะลิมิลัน หมู่เกาะสุรินทร์) การดำเนินงานจะเริ่มวางและซ่อมแซมทุ่นชนิดต่าง ๆ ก่อนฤดูการท่องเที่ยว (ตุลาคมหรือพฤศจิกายน) ทุกปี โดยจะดำเนินการปีละ 1-3 ครั้ง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความเสียหายและงบประมาณที่ได้รับ โดยมีหน่วยงานที่ดำเนินการคือ สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ กองทัพเรือ (กองเรือยุทธการ , กองเรือภาคที่ 3 , หน่วยสงครามพิเศษทางเรือ) กรมป่าไม้และท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กำลังพลที่ใช้จะใช้นักดำน้ำจากกองทัพเรือและนักดำน้ำอาสาสมัคร (นักดำน้ำเพื่อการอนุรักษ์) ทุ่นที่ดำเนินการวางมี 3 ชนิด คือ ทุ่นหมายเขตแนวปะการัง ทุ่นดำน้ำและทุ่นจอดเรือ

 

วัตถุประสงค์ในการวางทุ่น

1. เพื่อแสดงให้เห็นแนวปะการังบริเวณตั้งแต่ชายฝั่งถึงแนวทุ่น เป็นเครื่องหมายสำหรับเตือนเรือ นักดำน้ำและนักท่องเที่ยวที่เข้าไปในบริเวณนั้น ให้ระมัดระวังการที่จะก่อให้เกิดความเสียหายแนวปะการัง

2. เพื่อไม่ให้เรือเข้าไปทิ้งสมอตั้งแต่แนวชายฝั่งจนถึงแนวทุ่นหมายแนวเขต

3. เพื่อให้เรือท่องเที่ยวขนาดเล็ก และเรือที่ใช้เป็นฐานสำหรับนักดำน้ำ ผูกเรือแทนการทิ้งสมอ

4. เพื่อให้เรือขนาดใหญ่ตั้งแต่ระวาง 300 ตัน ขึ้นไปผูกเรือแทนการจอดทิ้งสมอ

 

ขั้นตอนการปฏิบัติงาน

1. จัดหาอุปกรณ์การซ่อมแซมของการวางทุ่นผูกเรือในแนวปะการัง

2. สำรวจพื้นที่เพื่อนำไปสร้างแผนที่บริเวณแนวปะการัง โดยกรมอุทกศาสตร์ กองเรือภาค 3 กองเรือยุทธการ

3. ดำเนินการซ่อมแซมและวางทุ่นผูกเรือในแนวปะการัง โดยกองเรือภาคที่ 3 กองเรือยุทธการ หน่วยสงครามพิเศษทางเรือและนักดำน้ำเพื่อการอนุรักษ์ ตามเกาะและชายหาดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวในทะเลอันดามัน ตามแผนงานที่ตั้งไว้ 300 ทุ่น / ปี

4. เฝ้าตรวจและประเมินผลการปฏิบัติงานให้ตรงตามวัตถุประสงค์และศึกษาการเปลี่ยนแปลงของแนวปะการัง

 

รูปแบบทุ่นผูกเรือที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน

  แบบที่ 1

แบบจำลองทุ่นผูกเรือและทุ่นหมายแนวเขตปะการังทรงลูกข่าง ตัวทุ่นทำด้วยเหล็ก ด้านในทุ่นใช้คอนกรีตถ่วงให้ทุ่นทรงตัวได้ดี ด้านข้างตัวทุ่นมีห่วงไว้สำหรับผูกเรือ ส่วนด้านบนติดเครื่องหมายห้ามทิ้งสมอเรือ ใช้ผูกเรือขนาดเล็กจนถึงเรือขนาดใหญ่

แบบที่ 2

แบบจำลองทุ่นผูกเรือและทุ่นหมายแนวเขตปะการังทรงกระบอก ตัวทุ่นทำด้วยเหล็ก ด้านในทุ่นใช้คอนกรีตถ่วงให้ทุ่นทรงตัวได้ดี ด้านล่างทุ่นมีลักษณะกรวงเพื่อใช้ในการทรงตัวเมื่อถูกแรงคลื่น ด้านบนมีห่วงไว้สำหรับผูกเรือและติดเครื่องหมายห้ามทิ้งสมอเรือ ใช้ผูกเรือขนาดเล็กจนถึงเรือขนาดใหญ่

แบบที่ 3

แบบจำลองทุ่นผูกเรือและทุ่นหมายแนวเขตปะการัง เป็นการดัดแปลงมาจากทุ่นกระโจมไฟ ตัวทุ่นด้านล่างแบ่งเป็น 4 ชิ้น สามารถถอดเปลี่ยนแต่ละชิ้นได้เมื่อได้รับความเสียหาย ตัวทุ่นทำจาก fiber glass ใช้น๊อตเป็นตัวยึด

แบบที่ 4

แบบจำลองทุ่นผูกเรือและทุ่นหมายแนวเขตปะการังเป็นทุ่นที่ทำจาก fiber glass และ polyethylene ส่วนกลางของทุ่นจะมีรูไว้ร้อยเชือกเพื่อใช้สำหรับผูกเรือ ใช้ผูกเรือเล็กและขนาดกลาง โดยปกติติดตั้งไว้ตามพื้นที่ที่มีปะการัง

แบบที่ 5

สมอทรายมาโนช เป็นเทคนิคการติดตั้งทุ่นผูกเรือที่คิดค้นโดยคุณมาโนช วงศ์สุรีย์รัตน์ วัสดุที่ใช้ เช่น ท่อน้ำ PVC ขนาดใหญ่ ยางรถยนต์และเชือก

 

 

 

รูปที่ 1 แสดง ตัวอย่างทุ่นแบบที่ 1 ถึง 4

 

รูปที่ 2 แสดงตัวอย่างทุ่น แบบที่ 5 สมอทรายมาโนช

 

รูปแสดงวิธีการใช้งานทุ่นผูกเรือ

 

  ที่มา : รายงานการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เรื่อง "การพัฒนารูปแบบทุ่นผูกเรือและเทคนิควิธีการติดตั้งทุ่นผูกเรือเพื่อการอนุรักษ์ปะการัง"

 

 

 

 



ThaiDive.Org - all rights reserved.

[Last update : 19/11/2011]